มข.?โชว์ล้ำผลิตน้ำมัน?ไบ?โอ?เจ็ทจากน้ำมันปาล์ม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2555

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตจากฟอสซิล หรือน้ำมันดิบใต้ดิน เมื่อนำมาใช้จะก่อให้เกิดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อันเป็นต้นเหตุของการเกิดฝนกรด และยังเกิดก๊าซเรือนกระจก เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน ประกอบกับกระแสอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ทำให้หลายหน่วยงาน เช่น องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization หรือ ICAO) ได้กำหนดให้เครื่องบินพาณิชย์ทุกลำที่ผ่านน่านฟ้ายุโรป ต้องมีการผสมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพลงในเครื่องบิน ภายในปี พ.ศ. 2555 รวมทั้งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association หรือ IATA) ก็ได้ร่วมรณรงค์ในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพขึ้นในหลายสายการบิน

ด้วยเหตุนี้ รศ.ดร.เฉลิม เรืองวิริยะชัย ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมคณะวิจัย จึงได้พัฒนากระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับเครื่องบินขึ้นมา ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง การวิจัยและพัฒนาการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพเอชอาร์เจ (Hydrotreated Renewable Jet) จากน้ำมันปาล์ม โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่อง 2 ปี (2553-2554) จากสำนักพัฒนาบัณฑิตศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สบว.) โปรแกรมวิจัยเชิงบูรณาการด้านการพัฒนาพลังงานเชื้อเพลิงสำหรับประเทศไทย ภายใต้การดูแลของศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางเคมี (PERCH-CIC)

รศ.ดร.เฉลิม กล่าวว่า ในการวิจัยครั้งนี้ได้ใช้น้ำมันปาล์ม โดยเลือกน้ำมันปาล์มโอเลอินเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ อาศัยกระบวนการไฮโดรแคร็กกิ้ง โดยใช้เครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพต้นแบบขนาดเล็กสำหรับผลิตน้ำมัน ที่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาจำเพาะ โดยมีหลักการคือ การทำให้โมเลกุลของน้ำมันปาล์มแตกตัวเล็กลงที่เกิดบนตัวเร่งปฏิกิริยา พร้อมเติมก๊าซไฮโดรเจนลงไปที่อุณหภูมิและความดันสูง เพื่อเร่งให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี โดยตัวเร่งปฏิกิริยาตั้งต้นที่ใช้ก็คือ ซีโอไลต์ ที่มีลักษณะเป็นผงสีขาว นำมากระตุ้นด้วยการอบที่อุณหภูมิสูง จากนั้นจะผสมสารละลายของโลหะผสม 2 ชนิด คือ นิเกิล และโมลิบดินัม ลงไป แล้วให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส ตามด้วยการเผาที่อุณหภูมิสูงๆ จะได้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีความจำเพาะในการเกิดปฏิกิริยาไฮโดรแคร็กกิ้ง ผลการวิจัยในการผลิตน้ำมันทำให้ได้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพหลายชนิด เช่น น้ำมันไบโอเจ็ท น้ำมันเบนซิน และไบโอดีเซล

รศ.ดร.เฉลิม กล่าวเสริมอีกว่า นอกจากได้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพที่มีคุณภาพสูง การเผาไหม้ที่ดี มีค่าเลขซีเทนและเลขออกเทนสูงขึ้นแล้ว สามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์รอบสูงอย่างเครื่องบินไอพ่น และเครื่องยนต์เบนซินได้ ผลงานวิจัยดังกล่าวยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนำน้ำมันพืชทุกชนิดมาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพได้ แต่อาจได้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบเริ่มต้น สภาวะที่เลือกใช้วิจัย ดังนั้นจึงนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของการผลิตพลังงานทดแทนน้ำมันดิบใต้ดินที่นับวันจะร่อยหรอลงไป

ทั้งนี้ ในอนาคตทีมนักวิจัยจะต่อยอดพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาจำเพาะและใช้พืชน้ำมันหรือน้ำมันพืช ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้น ให้มีราคาต่ำลง เพื่อที่จะสามารถก้าวเข้าสู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรมต่อไป
http://www.ryt9.com