เตรียมความพร้อม 28 ก.พ. ก่อนประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน หลังพม่าหยุดซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะก๊าซ และท่อส่งก๊าซไทย-มาเลเซียเสียหาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเตรียมประกาศ "ภาวะวิกฤติด้านพลังงาน" เนื่องจากท่อส่งแก๊ส ไทย-มาเลเชีย ได้รับความเสียหาย พร้อมเปิดเผยว่าคนไทยทั้งประเทศอาจพบกับวิกฤติทางด้านไฟฟ้าในเดือนเมษายนที่จะพึงนี้ พร้อมทั้งจะมีการจัดสัมมนาว่าด้วยเรื่อง "การเตรียมความพร้อมทางด้านพลังงานและการสื่อสาร (ทางด้านโทรคมนาคม) ในยามวิกฤต" ในวันที่ 28 ก.พ. นี้ ณ โรงแรมอโนมา โดยกลุ่ม Digital Agenda Thailand ซึ่งเป็นครั้งที่ 6 และ รมต. พลังงานจะมาเปิดงานและปาฐกถาถึงนโยบายการเตรียมพร้อมด้านวิกฤตแบบนี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ เอ๊ซ โทร 02 254 8282 - 3 หรืออีเมล์This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

จากการที่ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 ว่า ในเดือน เม.ย. 2556 นับแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป ประเทศไทยอาจพบกับวิกฤติด้านพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากท่อส่งก๊าซไทย-มาเลเซียได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุการทิ้งสมอเรือ เป็นผลให้ก๊าซหายไปจากระบบ 270 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ประกอบกับแท่นขุดเจาะก๊าซของประเทศพม่า ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ของไทยเกิดการทรุดตัว ต้องหยุดซ่อมบำรุง จะเริ่มในวันที่ 4 เม.ย.นี้ จะทำให้ก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าหายจากระบบถึง 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยมีแผนรับมือนำโรงไฟฟ้าที่ปิดใช้แล้วกลับมาใช้ผลิตรองรับชั่วคราว แต่คิดว่าไม่เพียงพอ

ดังนั้น กระทรวงพลังงานเตรียมประกาศภาวะฉุกเฉิน ขอความร่วมมือจากภาคประชาชน หน่วยงาน ให้ประหยัดการใช้พลังงานในช่วงดังกล่าว เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไปต่อได้ โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมใหญ่ ที่กระทรวงพลังงานเพื่อวางแผนซักซ้อมรองรับวิกฤติ ขณะเดียวกันจะเร่งเจรจากับพม่าให้เลื่อนกำหนดการซ่อมบำรุงท่อก๊าซออกไปเป็นวันที่ 7 - 8 เม.ย. เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อยลงได้

รมว.พลังงาน กล่าวอีกว่า ในอดีตเราก็เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้แต่ไม่หนักเท่า ดังนั้นเหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่คนไทยต้องพึงสังวรณ์ เพราะเราพึ่งก๊าซธรรมชาติมากซึ่งก็กำลังจะหมดไปขณะเดียวกันก็มีคนต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ สัมปทานก๊าซก็ไม่ให้ต่อ จึงถึงเวลาที่ทุกคนต้องตัดสินใจอนาคตประเทศร่วมกัน ส่วนพลังงานนิวเคลียร์ในเร็วๆ นี้ยังไม่มีโครงการและโอกาสได้ใช้เพราะการศึกษาของไทยในเรื่องดังกล่าวยังไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ นายพงษ์ศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่สัมปทานสัญญาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะหมดในอีก 8 ปีข้างหน้า โดยระบุว่า กำลังพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออก เพราะกฎหมายเดิมระบุว่าการต่อสัมปทานทำได้ครั้งเดียว ถ้าอีก 8 ปี หมดก็ต้องออกกฎหมายเพื่อต่อสัมปทานใหม่ ซึ่งต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชน เพราะก่อนหน้านี้มีการต่อต้านสัมปทานโดยอ้างว่าได้เงินน้อย ซึ่งผิดข้อเท็จจริง ขณะนี้ได้สั่งการให้กรมเชื้อเพลิงชี้แจงเรื่องนี้ไปทั่วประเทศ ส่วนการปรับราคาพลังงานตกลงกันว่าในสิ้นปี 2558 จะให้ทุกอย่างเป็นราคาตามกลไกตลาด แต่อะไรที่จะกระทบคนมีรายได้น้อย เราทำทีหลัง อย่างเรื่องก๊าซหุงต้ม รอให้ค่าแรง 300 บาทปรับตัวสักระยะหนึ่ง

ทั้งนี้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ จะมีการจัดสัมมนาโดยกลุ่ม Digital Agenda Thailand ครั้ง 6 ว่าด้วยเรื่อง "การเตรียมความพร้อมทางด้านพลังงานและการสื่อสาร (ทางด้านโทรคมนาคม) ในยามวิกฤต ซึ่ง รมต พลังงานจะมาเปิดงานและกล่าวปาฐกถาถึงนโยบายพลังงานสำคัญในยามวิกฤต ณ โรงแรมอโนมา (สี่แยกราชประสงค์) สำรองที่นั่งได้ที่ เอ๊ซ เบอร์ 02 254 8282 - 3 หรืออีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ติดต่อ:
บริษัท เอ๊ซ จำกัด เบอร์โทร 02 254 8282 - 3
http://www.newswit.com