สถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำสัปดาห์ที่ 10-14 ธ.ค. 2555 และแนวโน้มในสัปดาห์ที่ 17-21 ธ.ค. 2555

ราคาน้ำมันเฉลี่ยในสัปดาห์ที่ 10-14 ธ.ค. 55 ราคาน้ำมันปรับลดลงทุกชนิด โดยน้ำมันดิบดูไบ (Dubai) ปรับตัวลดลง 1.98 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อน อยู่ที่ระดับ 104.87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 0.53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 108.19 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเวสท์ เท็กซัสฯ (WTI) ลดลง 1.38 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลอยู่ที่ 86.15 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ราคาเฉลี่ยน้ำมันเบนซิน 95 ลดลง 1.28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 116.79 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดีเซลลดลง 3.36 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 121.89 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ได้แก่

ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันในเชิงลบ

    สำนักงานสารสนเทศทางด้านพลังงานของสหรัฐฯ รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 ธ.ค. 2555 เพิ่มขึ้น 0.8 ล้านบารเรล์ อยู่ที่ระดับ 372.6 ล้านบารเรล์ สูงกว่าปริมาณสำรองเฉี่ลย 5 ปี อยู่ 28.7 ล้านบารเรล์ หรือคิดเป็น 8.35%
    สำนักงานสารสนเทศทางด้านพลังงานของสหรัฐฯ คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในปี 2556 จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 700,000 บาร์เรลต่อวันอยู่ที่ระดับ 7.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ก่อนหน้า 200,000 บาร์เรลต่อวัน
    สำนักงานสถิติแห่งชาติสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานดัชนีผลผลิตทางอุตสาหกรรม (Industrial Production) ประจำเดือน ต.ค. 55 ลดลงจากเดือนก่อน 1.4% สวนทางกับที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นที่ 0.2%
    อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นไตรมาส 3/2555 อยู่ที่ระดับ -0.9% เนื่องจากรัฐบาลลดรายจ่ายจากการลงทุนสาธารณะ

ปัจจัยที่ผลกระทบต่อราคาน้ำมันในเชิงบวก

    ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เพิ่มการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเดือนละ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 56 เป็นต้นไป และจะคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 0-0.25% จนถึงช่วงกลางปี 2557
    กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ รายงานอัตราการว่างงานเดือน พ.ย. 55 ลดลงจากเดือนก่อน 0.2% อยู่ที่ระดับ 7.7%
    China Association of Automobile Manufacturers (CAAM) ของจีนรายงานยอดขายรถยนต์ในเดือน พ.ย. 55 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 8.2% อยู่ที่ 1.79 ล้านคัน
    ประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบเพื่อการส่งออก (OPEC) รายงานปริมาณผลิตน้ำมันดิบเดือน พ.ย. 55 ลดลงจากเดือนก่อน 210,000 บาร์เรล อยู่ที่ 30.78 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่การประชุมในวันที่ 12 ธ.ค. 55 กำนหดโควตาการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มอยู่ที่ระดับ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน
    ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนเดือน พ.ย. 55 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3% อยู่ที่ระดับ 5.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน และโรงกลั่นในจีนกลั่นน้ำมันดิบรวม 10.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าปีก่อน 9.1%

แนวโน้มราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากการเจรจาเรื่องปัญหาหน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯยังไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศสมาชิก 28 ประเทศ จะปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 21 ปี ในช่วงสิ้นปี 2555 มาอยู่ที่ระดับเพียงพอต่อความต้องการใช้ 58.2 วัน และ OPEC คาดการณ์กำลังการผลิตน้ำมันดิบส่วนเหลือ (Spare Capacity) ในปี 2556 จะอยู่ที่ระดับประมาณ 3-4 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปี 2555 อย่างไรก็ตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Managers Index) ของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันมาอยู่ที่ระดับ 50.9 จุด และนับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของจีนกำลังฟื้นตัวซึ่งจะส่งผลต่อความต้องการใช้น้ำมันที่สูงขึ้น อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น อาทิยอดผลผลิตอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% จากเดือนก่อนหน้า มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นที่ระดับ 0.3% นอกจากนี้ประชาชนชาวอียิปต์ลงประชามติยอมรับการปรับรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยประธานาธิบดี Mursi ในวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศ ทั้งนี้ผลประชามติอย่างเป็นทางการจะออกภายหลังการลงประชามติครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 ธ.ค. 55 ในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent มีแนวรับแนวต้านทางเทคนิคอยู่ที่ 86.11 - 88.88 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และ 106.67 - 111 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลตามลำดับ
http://www.newswit.com

กกพ.ออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน

กกพ.ออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ปริมาณรวม 5,400 เมกะวัตต์ สามารถยื่นแบบฟอร์มการลงทะเบียนและซื้อเอกสารได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.55 - 21 ม.ค.56 นี้

นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ.ได้ออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ พ.ศ. 2555 ด้วยวิธีการเปิดประมูลแข่งขัน (Bidding) โดยพิจารณาจากข้อเสนอด้านเทคนิคและด้านราคาตามวิธีการและเงื่อนไขที่กำหนด

Read more: กกพ.ออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน

?เชลล์? ย้ำภาพผู้จำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นอินเตอร์แบรนด์อันดับ 1 ของโลก เดินหน้ารุกธุรกิจ B2B ในทุกภาคอุตสาหกรรม ตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 10% ในปีหน้า

d4e44f3ca7d44478927bdc945f415d87-0

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นอันดับหนึ่งของโลก เผยความสำเร็จของผลการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2555 พร้อมเปิด กลยุทธ์รุกตลาดน้ำมันหล่อลื่นภาคอุตสาหกรรมในปีหน้า มุ่งผนึกพันธมิตรผู้ผลิตเครื่องจักรระดับโลกเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รองรับเทคโนโลยีล่าสุด พร้อมนำเสนอหลากผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำ และมุ่งเน้นบริการด้วยทีมงานมืออาชีพและศูนย์บริการครบวงจร เชลล์ แคร์ ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสูงสุด มั่นใจครองอันดับหนึ่งตลาดน้ำมันหล่อลื่นอินเตอร์แบรนด์ต่อเนื่องในประเทศไทยมากกว่า 10 ปีซ้อน ด้วยยอดจำหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในปี พ.ศ. 2556

มร. เอ็มมานูเอล มิญโญต์ ผู้จัดการใหญ่ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น กลุ่มประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเกาหลี บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เชลล์เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และเชลล์ยังเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้จำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นอินเตอร์ แบรนด์ โดยคาดว่ายอดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นทั้งหมดในปี พ.ศ. 2555 จะเติบโตขึ้นราว 5-7% หรือประมาณ 370-380 ล้านลิตร (เป็นน้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรม 168 ล้านลิตร) และมั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์ที่วางไว้ จะช่วยให้เชลล์สามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดน้ำมันหล่อลื่นอินเตอร์แบรนด์ และผลักดันยอดขายในปี พ.ศ. 2556 ให้เติบโตขึ้นมากกว่า 10%

ทั้งนี้ 4 กลยุทธ์หลักที่เชลล์มุ่งเน้นเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมได้แก่ ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และความร่วมมือกับผู้ผลิตเครื่องจักร เชลล์ได้ลงทุนในการวิจัยและพัฒนามากกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี ผ่านศูนย์วิจัยทั้ง 6 แห่งทั่วโลก ได้แก่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อินเดีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย อีกทั้งยังทำงานร่วมกับผู้ผลิตเครื่องจักรระดับโลกอย่างใกล้ชิด เช่น Siemens, Wartsila, Flender และ Sew เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับเทคโนโลยีในเครื่องจักรรุ่นใหม่ โดยล่าสุดเชลล์ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน และทนงานหนัก รวมทั้งช่วยปกป้องเหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมทั่วไป อาทิ เชลล์ เทลลัส เอส 4 เอ็มอี ผลิตภัณฑ์สังเคราะห์แท้ 100% สำหรับน้ำมันไฮดรอลิค, น้ำมันเกียร์ เชลล์ โอมาล่า เอส 4 จีเอ็กซ์ และ น้ำมันเครื่องยนต์ดีเซล เชลล์ ริมูล่า อาร์ 6 เอ็ม นอกจากนี้เชลล์ยังได้คิดค้นและพัฒนา เชลล์ ไดอาล่า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูงสำหรับหม้อแปลงเพื่ออุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า ที่ใช้นวัตกรรม GTL - Gas to Liquid ซึ่งช่วยให้น้ำมันมีความบริสุทธิ์สูง และปราศจากสารซัลเฟอร์ (Zero Sulphur) จึงช่วยป้องกันการกัดกร่อน และการเกิดปฎิกิริยา ออกซิเดชั่นภายในหม้อแปลงไฟฟ้า

สำหรับ กลยุทธ์ด้านบุคลากรฝ่ายขายและเทคนิค เชลล์ได้จัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และความสามารถในเชิงลึก ทั้งทีมฝ่ายขายเพื่อสามารถให้บริการและคำแนะนำแก่ลูกค้า และทีมวิศวกรเพื่อให้มีความชำนาญในการสนับสนุนทางเทคนิคในสถานประกอบการของลูกค้า นอกจากนี้เชลล์ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเฉพาะทางมากกว่า 300 คนทั่วโลก ที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สำหรับแต่ละภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเดินหน้าจัดงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีแก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า โรงงานผลิตน้ำตาล ธุรกิจก่อสร้าง และอุตสาหกรรมเหมืองแร่

ในส่วน ความเป็นเลิศด้านการบริการลูกค้า เชลล์ได้จัดตั้งศูนย์บริการลูกค้าแบบครบวงจร หรือ เชลล์ แคร์ ที่ครอบคลุมการให้บริการตั้งแต่การสั่งซื้อสินค้าไปจนถึงขั้นตอนการชำระเงิน โดยมีบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมและสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งผลสำเร็จของกิจกรรมดังกล่าวเห็นได้จากผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในช่วงที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นถึง 20% ที่สำคัญเชลล์ยังริเริ่มโปรแกรม เชลล์ e-Serve ที่ให้บริการลูกค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างสะดวกและรวดเร็ว และช่วยให้การจัดส่งสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลยุทธ์สุดท้ายคือ การบริหารพื้นที่ขาย เชลล์ได้แบ่งรูปแบบการให้บริการสำหรับภาคอุตสาหกรรมใน 2 ส่วน เพื่อครอบคลุมการบริการเชิงลึกทั่วประเทศ คือ 1.กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมใหญ่ ได้จัดตั้งทีมงานแบบขายตรง ที่ดูแลและให้บริการตามพื้นที่จังหวัดในแต่ละประเภทอุตสาหกรรม และ 2.กลุ่มลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อม ได้จัดตั้งผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 5 ราย เพื่อให้บริการในเชิงคุณภาพได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

จากความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นภาคอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บวกกับกลยุทธ์ในการรุกตลาดทั้ง 4 ด้านอย่างแข็งแกร่ง ทำให้เชลล์มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันยอดขายในปี พ.ศ. 2556 ให้เติบโตขึ้นมากกว่า 10 % และสามารถครองตำแหน่งผู้จำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นอินเตอร์ แบรนด์อันดับหนึ่งของโลกและในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน มร. เอ็มมานูเอล กล่าวสรุป
http://www.newswit.com

ภาพข่าว: สหภาพยุโรปและประเทศไทยร่วมวิเคราะห์แผนงานทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน

a88ed2218d3095704d076e4d9bde1bf2-0สหภาพยุโรปและกระทรวงพลังงาน เดินหน้าผลักดันการพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องด้วยการร่วมกันจัดงานสัมมนาในหัวข้อ "มาตรการสนับสนุนทางการเงินสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียน" ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวแทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เปิดประเด็นสนทนาในด้านบทบาทของสถาบันการเงินที่มีต่อการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ที่โรงแรมแลนมาร์ค ไปเมื่อเร็วๆ นี้

งานสัมมนาดังกล่าวได้รับเกียรติจากตัวแทนภาครัฐ ภาคการเงินและอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนเข้าร่วมให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ (จากซ้ายของภาพ) มร. ยานิส บูจูเฮอร์ ผู้อำนวยการ บริษัท สีมา เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด, นางสาวเกษมศรี เจริญสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายสหบรรษัทธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), มร. แมดส์ กอร์น เจ้าหน้าที่การทูต ฝ่ายความร่วมมือ, นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท รักษาการผู้อำนวยการสำนักนโยบายไฟฟ้า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.), ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ (กลาง) ผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, นางสุทธิยา จันทวรางกูร ตัวแทนคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย, มิสนาตาเลีย สเวจการ์ด กองทุนเพื่อการลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา นายพิชัย ถิ่นสันติสุข ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และมร. ซิกูร์ด ลอริทเซน หัวหน้าที่ปรึกษาและผู้จัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ บริษัท กรอนท์มิดจ์ จำกัด

 

 

http://www.newswit.com

FDS Group ?เข้าซื้อกิจ?การบริษัท Custom Rubber Products

ข่าวต่างประเทศ Asianet Press Release -- จันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2555 08:32:29 น.
ปารีส--24 ธ.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
- ก่อกำเนิดผู้นำของโลกด้านการปิดผนึกในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมพลังงาน

FDS Group ต่อยอดธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยการเข้าซื้อกิจการบริษัท Custom Rubber Products ในเมืองฮุสตัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อิลาสโตเมอร์ ฟีโนลิก และพลาสติกเทอร์โมเซต สำหรับแหล่งน้ำมันต้นน้ำและกลางน้ำ รวมถึงอุตสาหกรรมต่างๆ

Read more: FDS Group ?เข้าซื้อกิจ?การบริษัท Custom Rubber Products

พีทีจี เปิดโฉมปั้มพีทีภาพลักษณ์ใหม่ ครบวงจรด้วยร้านพันธุ์ไทย และ แมกซ์ มาร์ท

บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี หรือ PTG ปัจจุบันมีจำนวนปั้มกว่า 555 สาขาทั่วประเทศ ปรับโฉมสถานีบริการน้ำมันพีที ภาพลักษณ์ใหม่ อำนวยความสะดวกลูกค้าแบบครบวงจรด้วย ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย และ ร้านมินิมาร์ท แมกซ์ มาร์ท โดยตั้งเป้าขยายสาขาแบบเต็มรูปแบบนี้ 10 20 สาขา ภายใน 1-2 ปี หวังเพิ่มรายได้จากธุรกิจ Non-Oil ปีละ 150 ล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์มาตรฐานเต็มลิตรและควบคุมคุณภาพ

Read more: พีทีจี เปิดโฉมปั้มพีทีภาพลักษณ์ใหม่ ครบวงจรด้วยร้านพันธุ์ไทย และ แมกซ์ มาร์ท